Home / Blog / ภาษี SMEs คืออะไร? สรุปเงื่อนไขตามเกณฑ์สรรพากร

ภาษี SMEs คืออะไร? สรุปเงื่อนไขตามเกณฑ์สรรพากร

ภาษี SME
สารบัญ

การบริหารภาษี SMEs คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs เหลือกระแสเงินสดเพื่อหมุนเวียนได้มากขึ้น หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากจนมองข้ามสิทธิประโยชน์ที่ควรได้ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาสในการประหยัดต้นทุนอย่างน่าเสียดาย

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็น ตั้งแต่เงื่อนไขธุรกิจ SMEs ที่สรรพากรกำหนด อัตราภาษี SMEs ที่ต้องจ่าย สิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงเทคนิคการวางแผนภาษี เพื่อให้คุณบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน


HIGHLIGHTS:

  • SMEs หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือธุรกิจที่มีขนาดการดำเนินงานระดับย่อมไปจนถึงระดับกลาง
  • กรมสรรพากรวางบรรทัดฐานไว้ 2 ข้อ สำหรับการพิจารณาธุรกิจ SMEs คือ เงื่อนไขทุนจดทะเบียน และเงื่อนไขด้านรายได้
  • การเข้าใจโครงสร้างภาษี SMEs คือสิ่งสำคัญที่ช่วยวางแผนกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการโดนค่าปรับย้อนหลัง 
  • GETBiz บริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษี SMEs ที่พร้อมช่วยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า

SMEs คืออะไร?

ธุรกิจ SME

SMEs (Small and Medium Enterprises) หรือที่เรียกว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือธุรกิจที่มีขนาดการดำเนินงานระดับย่อมไปจนถึงระดับกลาง โดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้ จำนวนการจ้างงาน หรือสินทรัพย์รวมของกิจการ ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่เป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจ

บทบาทหน้าที่ของ SMEs คือกลุ่มธุรกิจที่ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นและก่อให้เกิดการจ้างงานในวงกว้างทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยผลักดันให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต


เงื่อนไข SMEs ที่สรรพากรกำหนด

กรมสรรพากรได้วางบรรทัดฐานไว้เพียง 2 ข้อ สำหรับการพิจารณาธุรกิจ SMEs ซึ่งผู้ประกอบการต้องตรวจสอบให้ครบถ้วนในวันสุดท้ายของรอบบัญชี หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปจะถือว่าธุรกิจต้องเสียภาษีในอัตราปกติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เงื่อนไขทุนจดทะเบียน

หัวใจสำคัญของเกณฑ์นี้คือการพิจารณาจากทุนชำระแล้ว (Paid-up Capital) ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งต้องมีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้กรมสรรพากรจะไม่เน้นที่ตัวเลขทุนจดทะเบียน (Registered Capital) ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิเพียงอย่างเดียว 

แต่จะดูยอดเงินที่ผู้ถือหุ้นชำระเข้ามาจริงเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัทจดทะเบียนไว้ 5 ล้านบาท แต่มีการเรียกชำระค่าหุ้นจริงเพียง 25% หรือเท่ากับ 1.25 ล้านบาท บริษัทของคุณก็ยังถือว่าผ่านเกณฑ์ในข้อนี้และสามารถใช้สิทธิ์ภาษี SMEs ได้ตามปกติ

เงื่อนไขด้านรายได้

ในส่วนของรายได้รวมจากการขายสินค้าและบริการ ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ๆ จะต้องไม่เกิน 30 ล้านบาท หากในปีใดที่กิจการมีการเติบโตจนรายได้ทะลุเพดานดังกล่าว หรือมีการเพิ่มทุนชำระแล้วเกินกว่า 5 ล้านบาท สถานะฐานภาษี SMEs จะสิ้นสุดลงทันทีในรอบปีนั้น และต้องกลับไปคำนวณภาษีในอัตราปกติ (Flat Rate 20%) 

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรวางแผนภาษีและบริหารจัดการโครงสร้างรายรับอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่มียอดรายได้ 1.8 ล้านบาทเป็นตัวกำหนด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องและรับสิทธิประโยชน์สูงสุด

  • บทความที่น่าสนใจ เป็นเจ้าของธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

SMEs ต้องจ่ายภาษีอะไรบ้าง ด้วยอัตราเท่าไหร่? 

การเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ SMEs เสียภาษีอย่างไร คือสิ่งสำคัญที่ช่วยวางแผนกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการโดนค่าปรับภาษีย้อนหลัง และที่สำคัญคือช่วยให้คุณใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างคุ้มค่า

ภาษีเงินได้นิติบุคคล 

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs ที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน จะคำนวณจากกำไรสุทธิ ซึ่งมีสิทธิพิเศษแบบขั้นบันไดที่ถูกกว่าบริษัทใหญ่ (Flat Rate 20%) ดังนี้

  • กำไร 0 – 300,000 บาท: ยกเว้นภาษี (0%)
  • กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท: SME เสียภาษีอัตรา 15%
  • กำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: SME เสียภาษีอัตรา 20%

ต้องยื่น 2 รอบ คือ ครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) และสิ้นปี (ภ.ง.ด.50)

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ใช้สำหรับร้านค้าทั่วไปหรือฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้จดบริษัท เสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (5-35%) โดยสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง (ต้องมีบิล) หรือหักเหมา 60% (สำหรับบางธุรกิจ) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (กลางปี) และ ภ.ง.ด.90 (สิ้นปี)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เป็นภาษี SMEs ที่มีหน้าที่หักไว้ก่อนจ่ายเมื่อมีการจ้างบริการ เช่น

  • จ้างทำของ/บริการ/ฟรีแลนซ์: หัก 3%
  • ค่าเช่าสถานที่: หัก 5%
  • ค่าขนส่ง: หัก 1% เงินส่วนนี้ต้องนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปครับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

SMEs เสียภาษีเท่าไหร่หากธุรกิจมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยกฎหมายจะบังคับให้ต้องจด VAT 7% ทันที โดยคุณต้องเรียกเก็บจากลูกค้าและออกใบกำกับภาษี เพื่อนำภาษีขายมาหักลบกับภาษีซื้อแล้วส่งส่วนต่างให้สรรพากรทุกเดือน

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

จัดเก็บกับธุรกิจบางประเภทที่ไม่ได้เสีย VAT เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ (เช่น ขายตึกสำนักงาน) โรงรับจำนำ หรือการให้กู้ยืมเงินในเครือบริษัท โดยมีอัตราประมาณ 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว) ของรายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย

อากรแสตมป์

เป็นภาษีจากการทำตราสาร หรือสัญญาต่าง ๆ เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ หรือสัญญากู้ยืมเงิน โดยต้องติดอากรแสตมป์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (เช่น จ้างทำของทุก 1,000 บาท ติดอากร 1 บาท) เพื่อให้สัญญานั้นใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้สมบูรณ์


สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ SMEs ได้รับ

การรู้จักใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี SMEs อย่างถูกต้อง คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยประหยัดต้นทุน โดยรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนหลายด้านที่เอื้อต่อการเติบโตและการพัฒนาของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ดังนี้

พัฒนาบุคลากร ตาม BOI 

ธุรกิจ SMEs ที่มีการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน ผ่านหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงาน สามารถนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างผลกำไรคืนสู่ธุรกิจ

ค่า R&D

สำหรับธุรกิจที่เน้นด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิต สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 2 เท่า โดยต้องเป็นโครงการที่ผ่านการรับรองจาก สวทช. ซึ่งช่วยให้การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีความคุ้มค่าและลดภาระทางภาษีได้

ลงทุนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ธุรกิจ SMEs ที่ซื้อระบบเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สามารถใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า (ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท) รวมถึงการคิดค่าเสื่อมราคาแบบเร่งอัตราสำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจคืนทุนจากการลงทุนด้านดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จ้างแรงงานผู้พิการ / ผู้สูงอายุ

ธุรกิจที่มีการจ้างงานผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้พิการ นอกจากการช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจหักค่าใช้จ่ายค่าจ้างได้ 2 เท่า (ภายใต้เงื่อนไขสัดส่วนจำนวนพนักงานและเพดานเงินเดือนที่กำหนด) ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในด้านบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การวางแผนภาษี SMEs

การวางแผนภาษี SMEs คือการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดหมุนเวียนมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลัง 

เตรียมเอกสารให้ครบ 

รวบรวมหลักฐานทางการเงินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเป็นระบบ การมีเอกสารที่ครบถ้วนและชัดเจนไม่เพียงแต่ช่วยให้คำนวณภาษีได้อย่างแม่นยำ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันสำคัญเมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง และช่วยให้ธุรกิจใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เต็มจำนวน

ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี

หมั่นอัปเดตมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การยกเว้นภาษีสำหรับกลุ่ม Startup, สิทธิประโยชน์จาก BOI หรือการนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาหักลดหย่อนได้ 2-3 เท่า (เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม หรือการลงทุนเทคโนโลยี) เพื่อช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มกระแสเงินสดให้ธุรกิจ

ยื่นให้ตรงเวลา

รักษาวินัยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามกำหนดการของกรมสรรพากร ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50, 51) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งเป็นรายจ่ายที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

การใช้ที่ปรึกษาภาษีหรือโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปจะช่วยให้การจัดการข้อมูลเป็นเรื่องง่าย ลดข้อผิดพลาดในการตีความกฎหมาย ช่วยวิเคราะห์บริหารจัดการภาษีที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ ให้การยื่นภาษีนิติบุคคลถูกต้องและประหยัดเวลา


สรุปภาษี SMEs

ภาษี SMEs คือภาษีสำหรับธุรกิจที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ต่อปีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยได้รับสิทธิพิเศษในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได (0-20%) ซึ่งต่ำกว่าบริษัทใหญ่ การเข้าใจเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ เช่น การหักค่าใช้จ่าย 2 เท่าจากการอบรมหรือวิจัย จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

GETBiz บริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษี SMEs ที่พร้อมช่วยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า จัดการเอกสารที่ซับซ้อน ลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง และช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องตัวเลขภาษีอีกต่อไป

ช่องทางการติดต่อ :

  • Line : @getbiz
  • Facebook : GETBiz Thailand
  • TEL : 02-107-4170

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษี SMEs

เมื่อใดที่ SMEs ต้องจดทะเบียน VAT

ต้องจดทะเบียนทันทีเมื่อธุรกิจมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้อง

จดบริษัทเป็นนิติบุคคล ดีกว่าเป็นบุคคลธรรมดาอย่างไร?

ช่วยให้เสียภาษีต่ำกว่าในระยะยาว (สูงสุด 20% เทียบกับ 35%) และสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs เป็นอย่างไร?

กำไร 3 แสนแรก ยกเว้นภาษี, 3 แสน – 3 ล้านเสีย 15%, และส่วนที่เกิน 3 ล้านเสีย 20%

Start Consultation With Us

Make a Call

021074170

Contact Us

cs@getbiz.co