การเริ่มต้นทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน สิ่งที่ผู้ประกอบการละเลยไม่ได้คือเรื่องภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ล้ำค่าที่รัฐบาลจัดไว้ให้เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มกระแสเงินสดให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง การทำความเข้าใจเกณฑ์รายได้ ทุนจดทะเบียน รวมถึงวิธีคำนวณที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร จะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำและเติบโตได้อย่างมั่นคง
HIGHLIGHTS:
- ธุรกิจ SMEs ต้องมีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ถึงจะได้รับสิทธิเสียภาษีอัตราก้าวหน้าซึ่งมีจุดเด่นคือการยกเว้นภาษีสำหรับกำไร 3 แสนบาทแรก
- SMEs สามารถนำค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากผู้ขายที่ลงทะเบียนกับ depa มาหักเป็นรายจ่ายได้ตามจริงสูงสุดถึง 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมการปรับตัวสู่ธุรกิจดิจิทัล
- ภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs ต้องยื่นแบบครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) ภายใน 2 เดือนหลังผ่าน 6 เดือนแรก และยื่นแบบสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50) ภายใน 150 วันนับจากวันปิดรอบบัญชีเพื่อสรุปภาษีที่เกิดขึ้นจริงตลอดทั้งปี
ภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs คืออะไร?

ภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs คือภาษีที่จัดเก็บจากกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กและกลาง โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้รวมจากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี เพื่อสนับสนุนธุรกิจรายย่อยให้มีสภาพคล่องสูงขึ้นผ่านมาตรการภาษีอัตราก้าวหน้า ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นกิจการ
ภาษี SMEs ประเภทนี้ต่างจากบริษัทมหาชนหรือบริษัทขนาดใหญ่ คือสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก และ SMEs เสียภาษีภาษีเพียง 15% สำหรับกำไรส่วนที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ในขณะที่นิติบุคคลขนาดใหญ่หรือบริษัทมหาชนที่รายได้เกินเกณฑ์ จะถูกจัดเป็นกิจการทั่วไปและต้องเสียภาษีใน อัตราคงที่ (Flat Rate) 20% ตั้งแต่กำไรบาทแรกโดยไม่มีขั้นบันไดหรือส่วนยกเว้นใด ๆ ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs มีแต้มต่อในการแข่งขันและการบริหารจัดการต้นทุนที่ยืดหยุ่นกว่ามาก
ตารางอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs ตามกำไรสุทธิ
| กำไรสุทธิ (บาท) | อัตราเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| 0 – 300,000 บาท | ได้รับการยกเว้น |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | อัตรา 15% |
| 3,000,001 บาทขึ้นไป | อัตรา 20% |
วิธีคำนวณภาษีนิติบุคคล SMEs ทำได้อย่างไร
การคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs มีความพิเศษกว่านิติบุคคลทั่วไปตรงที่ใช้ระบบ “อัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได” ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเสียภาษีน้อยลง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจคือ “กำไรทางบัญชี” กับ “กำไรทางภาษี” นั้นมักจะไม่เท่ากัน เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงรายการตามกฎหมายสรรพากรก่อนนำไปคิดภาษีจริง
สูตรการคำนวณภาษีนิติบุคคล
กำไรสุทธิทางภาษี = (กำไรสุทธิทางบัญชี + รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี + รายจ่ายที่หักได้เพิ่มขึ้น) – (รายได้ที่ยกเว้นภาษี + รายจ่ายที่หักได้ลดลง)
ขั้นตอนการคำนวณภาษีนิติบุคคล
- สรุปงบการเงิน: รวบรวมรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อหา “กำไรสุทธิทางบัญชี”
- ปรับปรุงรายการ (Tax Adjustment): นำกำไรบัญชีมาบวกกลับรายจ่ายต้องห้าม และหักรายได้ที่ยกเว้นออก เพื่อให้ได้ “กำไรสุทธิทางภาษี”
- คำนวณตามขั้นบันได: นำกำไรสุทธิทางภาษีมาแยกคำนวณตามอัตราเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 0%, 15% หรือ 20% ตามฐานภาษี SMEs
- หักภาษีจ่ายล่วงหน้า: นำยอดภาษีที่คำนวณได้ ไปหักออกจากภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) ที่จ่ายไปแล้ว เพื่อหาภาษีสุทธิที่ต้องชำระเพิ่ม
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนิติบุคคล
บริษัท SMEs แห่งหนึ่ง มีผลประกอบการดังนี้
- กำไรสุทธิทางบัญชี: 1,800,000 บาท
- รายจ่ายต้องห้าม: 200,000 บาท (เช่น ค่ารับรอง และรายจ่ายไม่มีใบรับเงิน)
- รายจ่ายที่หักได้เพิ่ม: 100,000 บาท (สิทธิพิเศษจ้างงานคนพิการหักได้ 2 เท่า ส่วนที่เพิ่มมา)
- รายได้ที่ยกเว้น: 50,000 บาท (เงินปันผลจากบริษัทในไทยที่เข้าเงื่อนไข)
หากำไรสุทธิทางภาษี
(1,800,000 + 200,000) – (50,000 + 100,000) = 2,000,000 – 150,000 = 1,850,000 บาท
นำกำไรสุทธิทางภาษีที่คำนวณได้ 1,850,000 บาท มาคิดภาษีแบบขั้นบันได SME ดังนี้
- กำไร 0 – 300,000 บาทแรก ยกเว้นภาษี = 0 บาท
- กำไรส่วนที่เกิน (1,850,000 – 300,000 = 1,550,000 บาท) นำไปคูณอัตรา 15% (1,550,000 x 15%) = 232,500 บาท
สรุปอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล SME ที่ต้องชำระทั้งปี 232,500 บาท
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของนิติบุคคล SMEs
การเป็นผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยมาพร้อมกับแต้มต่อทางภาษีที่รัฐบาลจัดไว้ให้เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ โดยมีมาตรการหลักที่น่าสนใจดังนี้
มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม SMEs ยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
เป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ช่วยให้ SMEs จ่ายภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs น้อยลงด้วยอัตราก้าวหน้า แทนที่จะต้องจ่ายอัตราคงที่ 20% เหมือนบริษัทใหญ่
- เงื่อนไขสำคัญ:
- มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
- มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี (ต่อเนื่องกันตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา)
- สิทธิประโยชน์ (ขั้นบันไดภาษี):
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี (0%)
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: เสียภาษีอัตราลดพิเศษ 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป: เสียภาษีอัตราปกติ 20%
มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม SMEs ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รัฐบาลสนับสนุนการนำซอฟต์แวร์มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- คุณสมบัติของผู้ใช้สิทธิ: เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทในรอบระยะเวลาบัญชี
- หลักเกณฑ์สำคัญ:
- ต้องเป็นการจ่ายค่าซื้อ จ้างทำ หรือใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
- โปรแกรมต้องถูกสร้างและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย เพื่อใช้บริหารจัดการธุรกิจโดยเฉพาะ
- ผู้ใช้สิทธิต้องจัดทำรายงานแสดงรายละเอียดของโปรแกรม พร้อมเก็บเอกสารประกอบไว้ ณ สถานประกอบการ
- สิทธิประโยชน์: สามารถนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงไปหักออกจากรายได้เพื่อคำนวณกำไรสุทธิได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2564 และ 2565 โดยการใช้สิทธิต้องไม่เป็นโปรแกรมประเภทเดียวกันในแต่ละปี
มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม New Start up ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
มาตรการจูงใจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
- คุณสมบัติของผู้ใช้สิทธิ:
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2566 และต้องตั้งสถานประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น
- มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมต่อรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท
- ต้องมีรายได้จากอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมด
- เงื่อนไขการขอรับสิทธิ: ยื่นคำขออนุมัติภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร พร้อมแนบหนังสือรับรองจาก สวทช. และต้องไม่ใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีร่วมกับกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (BOI)
- สิทธิประโยชน์: ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี
ภาษีนิติบุคคล SMEs ต้องยื่นเมื่อไหร่?
ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51)
ต้องยื่นภายใน 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อประมาณการกำไรและชำระภาษีล่วงหน้า
ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50)
ต้องยื่นภายใน 150 วัน นับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อสรุปกำไรสุทธิทางภาษีที่เกิดขึ้นจริงตลอดทั้งปี
ภาษีนิติบุคคล SMEs ยื่นที่ใด?
ยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
การยื่นแบบแสดงรายการภาษี ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา เป็นช่องทางดั้งเดิมที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยื่นแบบในรูปแบบกระดาษและชำระภาษีด้วยตนเอง
ยื่นที่เว็บไซต์ www.rd.go.th
การยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร (E-Filing) เป็นช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับ SMEs ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบมีจุดเด่นคือการได้รับสิทธิ์ขยายเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีย้อนหลังออกไปจากกำหนดการปกติ
โดยภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) จะได้รับสิทธิ์ขยายเวลาเป็น 2 เดือน 8 วัน และภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50) ขยายเวลาเป็น 158 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี
ภาษีนิติบุคคล SMEs ชำระแบบใดได้บ้าง?
สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
สามารถชำระได้ด้วยเงินสด เช็ค หรือแคชเชียร์เช็คโดยสั่งจ่ายกรมสรรพากรและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกนอกจากนี้ยังรองรับบัตรเครดิตบัตรเดบิตและบัตร Tax Smart Card ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่มีเครื่องรูดบัตรให้บริการ
ชำระผ่านอินเทอร์เน็ต
เลือกชำระผ่านระบบเชื่อมต่อธนาคารโดยตรงด้วย BANK-E-Payment, ATM Internet และ Internet Credit Card หรือชำระด้วยชุดชำระเงิน Pay-in Slip ผ่านช่องทาง QR Code และ Barcode ของ Counter Service, Internet Banking และ Mobile Banking
ภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs พร้อมให้คำปรึกษาด้านภาษีที่ GETBiz
ภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากเข้าใจเงื่อนไขและวิธีคำนวณที่ถูกต้อง การใช้ประโยชน์จากตารางภาษีแบบขั้นบันไดและมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ เช่น การลดหย่อนค่าซอฟต์แวร์ จะช่วยให้ธุรกิจเสียภาษีได้อย่างประหยัดและถูกกฎหมาย สิ่งสำคัญคือการรักษาฐานข้อมูลบัญชีให้เป็นระบบและยื่นแบบตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและสิทธิประโยชน์ที่อาจเสียไป
การบริหารจัดการภาษี SMEs ให้คุ้มค่าที่สุดจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนที่รัดกุม GETBiz พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างคุณด้วยบริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษีธุรกิจโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เราช่วยวิเคราะห์งบการเงินและปรับปรุงรายการทางภาษีให้ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจของคุณได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดและเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจสอบย้อนหลัง
ช่องทางการติดต่อ :
- Line : @getbiz
- Facebook : GETBiz Thailand
- TEL : 02-107-4170
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเงินได้ นิติบุคคล SMEs
การเป็น SMEs มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
การได้รับสิทธิ์ภาษีอัตราก้าวหน้าแบบ SMEs มีเงื่อนไขหลักสองประการคือ
- มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท
- มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยต้องรักษาเกณฑ์รายได้นี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมาเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ยกเว้นและลดอัตราภาษีตามกฎหมาย
ยื่นภาษีช้าหรือผิด ต้องทำอย่างไร?
หากยื่นภาษีช้าหรือพบข้อผิดพลาดภายหลัง ต้องรีบดำเนินการยื่นแบบปรับปรุง (เพิ่มเติม) และชำระภาษีส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงอาจมีค่าปรับอาญาตามระยะเวลาที่ล่าช้า การรีบแจ้งและชำระก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบจะช่วยลดเบี้ยปรับลงได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด




