ในการทำธุรกิจ ปัญหาที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักพบเจอไม่ใช่การขายไม่ได้ แต่คือการขายดีจนเจ๊ง ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากวิธีคิดต้นทุน กำไรที่ผิดพลาด หรือหลงลืมค่าใช้จ่ายแฝงบางอย่างไป ดังนั้น เจ้าของกิจการจึงควรทำความเข้าใจวิธีการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
HIGHLIGHT
- การขายดีไม่ได้แปลว่ากำไรดี หากคำนวณต้นทุนผิดหรือมองข้ามค่าใช้จ่ายแฝง อาจ ขายดีจนขาดทุนได้โดยไม่รู้ตัว
- วิธีคิดต้นทุน กำไรที่แท้จริงต้องรวม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ วัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต เพื่อให้เห็นต้นทุนต่อหน่วยชัดเจน
- การรู้วิธีคิดต้นทุน กำไรจะช่วยตั้งราคาขายได้เหมาะสม ควบคุมค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง และเพิ่มอัตรากำไรอย่างเป็นระบบ
- สูตรคำนวณกำไรทั้งแบบจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ (Markup) คือเครื่องมือสำคัญในการวางแผนราคาไม่ให้ต่ำกว่าทุน
- ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องมีระบบบัญชีและการวางแผนต้นทุน-กำไรที่ชัดเจน เพื่อเปลี่ยนยอดขายให้เป็นกำไรจริง
ต้นทุนคืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มคิดคำนวณกำไร

ต้นทุน คือ มูลค่าของทรัพยากรทั้งหมดที่จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการเพื่อนำมาจำหน่าย เพราะในเชิงธุรกิจต้นทุนขายไม่ได้หมายถึงแค่ราคาของที่ซื้อมา แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหรือการจัดหา หากไม่สามารถแยกแยะต้นทุนได้ชัดเจน จะส่งผลกระทบต่องบต้นทุนขาย และทำให้การประเมินกำไรคลาดเคลื่อนได้นั่นเอง
การทราบต้นทุนมีความสำคัญอย่างไร?
การทราบวิธีคิดต้นทุน กำไรที่แท้จริงเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารธุรกิจ หากไม่รู้วิธีคิดต้นทุน กำไร และราคาขายที่ชัดเจน ธุรกิจอาจเสี่ยงขาดทุนโดยไม่รู้ตัวและกระทบต่อสภาพคล่องในระยะยาว การทราบต้นทุนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนี้
- ช่วยกำหนดราคาขายได้เหมาะสม (Pricing) หากรู้ต้นทุนขายต่อหน่วยที่แท้จริง จะช่วยตั้งราคาที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและได้กำไรตามเป้าหมาย พร้อมป้องกันการขายต่ำกว่าทุนได้อย่างดี
- ช่วยควบคุมและลดต้นทุนได้ตรงจุด (Cost Control) หากมองเห็นโครงสร้างค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน และระบุจุดสิ้นเปลืองได้ จะสามารถปรับลดต้นทุนขายที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มอัตรากำไรให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
- ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ (Decision Making) หากรู้วิธีคิดต้นทุนขายที่ถูกต้อง จะสามารถใช้ข้อมูลต้นทุนประกอบการตัดสินใจ เช่น ควรผลิตเองหรือจ้างผลิต รับออเดอร์พิเศษ หรือขยายการลงทุนได้อย่างถูกต้อง
- ช่วยวางแผนและประเมินผล (Planning & Evaluation) อีกทั้งยังจัดทำงบประมาณ วิเคราะห์กำไรของสินค้าแต่ละประเภท และวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยเสริมความมั่นคงและความอยู่รอดของกิจการ (Business Survival) ช่วยบริหารเงินทุนหมุนเวียนและกระแสเงินสด ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
วิธีคิดต้นทุนอย่างไรให้ได้กำไร ไม่ขาดทุน

วิธีคิดต้นทุน กำไรมีหลากหลายวิธี และมีหลายส่วนที่คุณอาจไม่รู้ว่าเป็นต้นทุน ทำให้บางครั้งคุณอาจจะตั้งราคาสินค้าต่ำเกินไป ดังนั้น หากจะคำนวนต้นทุนขายให้ครบถ้วน ควรประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้
วิธีคิดต้นทุนจากวัตถุดิบหลัก
วัตถุดิบหลัก คือ สิ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าโดยตรง เช่น ผ้าสำหรับตัดเสื้อ แป้งสำหรับทำขนม หรือเมล็ดกาแฟสำหรับชงเครื่องดื่ม และหากซื้อวัตถุดิบแบบยกลัง ควรหารเฉลี่ยต้นทุนต่อหน่วยให้ชัดเจน เพื่อความแม่นยำในการคิดต้นทุนต่อชิ้น
- วิธีคำนวณ นำต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ต่อหน่วยมารวมกันทั้งหมด
- ตัวอย่าง (ร้านเบเกอรี่) แป้ง 10 บาท เนย 15 บาท ไข่ไก่ 5 บาท
ต้นทุนวัตถุดิบรวม = 10 + 15 + 5 = 30 บาทต่อชิ้น
วิธีคิดต้นทุนจากค่าแรงการผลิต
ค่าแรงการผลิต คือ ค่าจ้างพนักงานที่ลงมือผลิตสินค้าโดยตรง เช่น พนักงานอบขนม ช่างตัดเย็บ หรือช่างประกอบสินค้า ซึ่งการเฉลี่ยค่าแรงแบบนี้ช่วยให้รู้ต้นทุนจริง และตั้งราคาขายได้แม่นยำมากขึ้น
วิธีคำนวณ มี 2 กรณีหลัก
กรณีที่ 1: จ้างเป็นรายชิ้น
- ถ้าจ้างผลิตชิ้นละ 5 บาท
- ตัวอย่าง ต้นทุนค่าแรง = 5 บาทต่อชิ้น
กรณีที่ 2: พนักงานเงินเดือนประจำ
- สูตร ค่าแรงต่อชิ้น = เงินเดือน ÷ จำนวนชิ้นที่ผลิตได้ต่อเดือน
- ตัวอย่าง เงินเดือน 15,000 บาท
- ผลิตได้ 3,000 ชิ้นต่อเดือน
- ต้นทุนค่าแรง = 15,000 ÷ 3,000 = 5 บาทต่อชิ้น
วิธีคิดต้นทุนจากค่าใช้จ่ายในการผลิต
ค่าใช้จ่ายในการผลิต หรือค่าใช้จ่ายแฝง คือ ต้นทุนที่ไม่ได้เป็นวัตถุดิบหรือค่าแรงโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับการผลิต ซึ่งต้นทุนส่วนนี้มักถูกมองข้าม แต่มีผลอย่างมากต่อกำไรสุทธิ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าบรรจุภัณฑ์
- วิธีคำนวณ ค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน ÷ จำนวนสินค้าที่ผลิตได้
- ตัวอย่าง ค่าไฟโรงงาน 5,000 บาท
ผลิตขนมได้ 1,000 ชิ้น - ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต = 5,000 ÷ 1,000 = 5 บาทต่อชิ้น
วิธีคิดกำไรและการขาดทุนจากยอดขายทำได้อย่างไร?
การจะทราบกำไรที่แท้จริง ต้องเริ่มต้นจากการทำบัญชีบริหารที่รู้ต้นทุนสินค้าทุกส่วนอย่างละเอียด (วัตถุดิบ, ค่าแรง, ค่าใช้จ่ายการผลิต) จากนั้นจึงนำกำไรที่ต้องการบวกเข้าไปเพื่อให้ได้ราคาขายที่เหมาะสม โดยมีวิธีหากำไรจากราคาขายได้ ดังนี้
- คำนวณกำไรแบบจำนวนเงิน
- ใช้สูตร กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน
- ตัวอย่าง หากต้นทุนสินค้า 600 บาท ขายในราคา 950 บาท
- จะได้กำไร = 950 – 600 = 350 บาท
- คำนวณกำไรแบบเปอร์เซ็นต์ (Markup)
- ใช้สูตรหากําไรแบบเปอร์เซ็นต์ (กำไร ÷ ต้นทุน) x 100
- ตัวอย่าง ต้นทุน 400 บาท ได้กำไร 100 บาท
- ดังนั้นเปอร์เซ็นต์กำไร = (100 ÷ 400) x 100 = 25%
- การตั้งราคาขายจากกำไรที่ต้องการ
- ใช้สูตร ราคาขาย = ต้นทุน x (100 + เปอร์เซ็นต์กำไร) ÷ 100
- ตัวอย่าง ต้องการกำไร 30% จากต้นทุน 200 บาท
- ราคาขาย = 200 x (100 + 30) ÷ 100 = 260 บาท
- การคำนวณกรณีขาดทุน
ภาวะขาดทุนเกิดขึ้นเมื่อราคาขายต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งมีวิธีคำนวณต้นทุน ดังนี้- ใช้สูตร ขาดทุน (จำนวนเงิน) = ต้นทุน – ราคาขาย
- หรือ เปอร์เซ็นต์ขาดทุน = (ขาดทุน ÷ ต้นทุน) x 100
- ตัวอย่าง ซื้อของต้นทุน 200 บาท แต่ต้องระบายของขายไปในราคา 150 บาท
จะเท่ากับขาดทุน 50 บาท หรือคิดเป็นขาดทุน 25%
ดังนั้น ควรหมั่นตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้คุณไหวตัวทันก่อนที่ธุรกิจจะสะดุด ศึกษา Financial Mastery บริหารกำไรธุรกิจเหมือนโปรก่อนธุรกิจจะขาดทุน
วิธีคิดต้นทุน กำไร และการเติบโตอย่างเป็นระบบ
การทำธุรกิจให้มีกำไรอย่างยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่การศึกษาวิธีคิดต้นทุน กำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการวางโครงสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแรง ทั้งฝั่ง Operation บัญชี และภาษี เพื่อให้เห็นภาพรวมของเม็ดเงินที่เข้า-ออกอย่างชัดเจน
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องการเปลี่ยนการจัดการบัญชีและภาษีให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อโฟกัสกับการขยายธุรกิจอย่างเต็มที่ เก็ท บิซ (GETBiz) พร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยจัดการระบบบัญชีให้คุณด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ทุกการลงทุนของคุณเปลี่ยนเป็นกำไรที่จับต้องได้จริง
ช่องทางการติดต่อ :
- Line : @getbiz
- Facebook : GETBiz Thailand
- TEL : 02-107-4170
คำถามที่พบบ่อย
ขายของควรได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์?
โดยทั่วไป กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สำหรับ SME มักจะอยู่ที่ 30-50% แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ หากเป็นธุรกิจบริการอาจมี Margin สูงกว่าธุรกิจที่มีต้นทุนวัตถุดิบสูง
กำไร 20% มีวิธีคิดอย่างไร?
หากต้องการกำไร 20% จากราคาขาย สามารถใช้สูตร ราคาขาย = ต้นทุน ÷ 0.8 (มาจาก 100% – 20%) เช่น ต้นทุน 80 บาท ราคาขายที่ได้กำไร 20% คือ 100 บาท
ตั้งราคาขายอย่างไรให้สามารถสู้กับคู่แข่งได้?
ไม่ควรเน้นการตัดราคา (Price War) แต่ให้เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และการบริหารวิธีคิดต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถทำราคาที่ยังมีกำไรที่คุ้มค่า
ธุรกิจซื้อมาขายไปควรได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์?
ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 15-25% เนื่องจากไม่มีขั้นตอนการผลิตเอง แต่ต้องให้ความสำคัญกับค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นพิเศษ




