ตรง! ชัด! จัดจริง! กับเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพ OKRs ทำอย่างไรให้เห็นผลจริง

Objective & Key Result  หรือ OKR
นับเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการภายในองค์กรที่เรียกได้ว่า

ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราคงไม่มาคุยกันแล้วว่า

OKR เป็นเครื่องมือในการวัดผล และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จแทน KPI

OKR คืออะไร แต่สิ่งทีจะนำมาฝากทุก ๆ คน คือมุมของการนำเอา OKR มาใช้ในองค์กร ที่ทำแล้วเห็นผลชัดและรวดเร็ว

แต่แน่นอนที่สุด หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจคือต้องเปิดใจ
และเปิดโอกาสในการลองสิ่งใหม่ ๆ ให้กับองค์กรตัวเอง

 1.กำหนดเป้าหมายให้ชัด ก่อนจะออกเดินทาง ก่อนจะลงมือทำอะไร ชี้เป้าให้ชัดเจนว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำนั้นมีเป้าหมายอย่างไร ซึ่งการตั้งเป้าอย่างมีประสิทธิภาพนั้นลองดูจาก แนวการตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T.

แนวการตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T.

2.จะทำอะไรก็ให้มีเหตุมีผล เพราะทีมงานที่จะเอาไปทำต่อจะได้ไม่หลุดจากแนวนี้ไป เนื่องจากเราจะให้อิสระทางความคิด เราจึงต้องกำหนดวัตถุประสงค์ลงไปให้ชัดเจน โดยมีตัวอย่างเป็น  3 วัตถุประสงค์นี้ ว่าเมื่อเราทำแล้ว เราคาดการณ์หรือคาดหวังให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง 

a.วัตถุประสงค์ด้านการเงิน

b.วัตถุประสงค์ด้านการพัฒนากระบวนการทำงาน

c.วัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาบุคลากรที่ทำงาน

 

3.ระดมสมองเพื่อชี้ชัดว่ามีอะไรต้องทำบ้าง เมื่อได้เป้าหมายและวัตถุประสงค์แล้ว ก็รวบรวมทีมงานเข้ามาระดมสมองกันว่า มีอะไรที่ต้องทำให้เกิดขึ้นบ้างเพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย จังหวะนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าใครจะเป็นคนทำ ให้คิดก่อนว่าต้องทำอะไรบ้างเท่านั้น ปัญหาใหญ่ของการที่ OKR ไม่ประสบความสำเร็จ คือวัฒนธรรมเก่าๆ ที่ใครคิดคนนั้นก็ต้องทำ ซึ่งหลายครั้ง คนที่คิดได้แต่ทำไม่ได้ก็จะหยุดคิด หยุดนำเสนอไปเลย

 

4.ให้คนเลือกงาน คำนี้อาจจะค้านสายตาของใครหลาย ๆ คน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของคำว่า การเป็นเจ้าของงาน โดยอย่าเพิ่งกังวลว่าจะมีงานที่ไม่มีใครรับไป เพราะถ้าเป้นงานที่ไม่ไหวจริง ๆ และคนภายในเราไม่สามารถทำได้ (ตรงนี้ฝืนได้บ้าง แต่ถ้าดื้อ ดึงดันให้คนในทำ ทั้งที่เค้าไม่สามารถ จะเป็นการเสียเวลา)

 

5.แต่ละคนนำเสนอ Timeline ในรูปแบบงานที่ตัวเองคิด หลังจากเลือกงานแล้ว ให้แต่ละคนวางเป้าหมายส่วนตัวและแผนงานของตัวเองขึ้นมานำเสนอ แล้วนำมาประกอบร่างกันเป็นแผนใหญ่ขององค์กร

 

6.ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมงานดำเนินกิจกรรมไปแบบไม่สะดุด เราต้องมีการนัดหมายการพูดคุย การสื่อสารกันเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการทำงานรูปแบบนี้ ซึ่งสิ่งที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นคือการติดตามงานกันในทุก ๆช่วงเวลา รายสัปดาห์ รายเดือน และ สรุปผลรายไตรมาส

               

             การที่ OKR จะเข้ามาแล้วทำให้งานประสบความสำเร็จได้นั้น
เป็นเรื่องของการร่วมมือกัน ในฐานะเจ้าของกิจการ หรือหัวหน้า หลายคนอาจจะไม่เข้าใจและพยายามที่จะเป็นผู้นำอยู่ตลอดเวลา แต่ในโลกยุคดิจิทัลแล้ว ความคิดของคนคนเดียว สู้หลายหัวไม่ได้อย่างแน่นอน และเมื่อความคิดทั้งหมดมาจากทุกคนภายในองค์กร การร่วมแรงร่วมใจจะเกิดขึ้นอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว