Home / Blog / การยื่นภาษีนิติบุคคล เรื่องที่ SMEs ต้องจัดการอย่างมืออาชีพ

การยื่นภาษีนิติบุคคล เรื่องที่ SMEs ต้องจัดการอย่างมืออาชีพ

การยื่นภาษีนิติบุคคล
สารบัญ

สิ่งที่มาคู่กับผลกำไรของการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล คือ หน้าที่ทางภาษี ซึ่งเจ้าของธุรกิจหลายคนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและน่ากังวล แต่หากคุณมีการจัดการระบบหลังบ้านที่แข็งแรง ทั้งฝั่ง Operation บัญชี และการเสียภาษี การยื่นภาษีนิติบุคคลจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสในการบริหารจัดการกระแสเงินสด และสร้างความเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ ดังนั้น บทความนี้เราจึงจะมาเจาะลึกทุกเรื่องของการยื่นและจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้ SMEs เตรียมพร้อมรับมือได้อย่างมืออาชีพที่สุดไปพร้อมกัน


HIGHLIGHTS:

  • การยื่นภาษีนิติบุคคลมีทั้งรอบครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) และรอบปี (ภ.ง.ด. 50) ซึ่งต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับกำไรจริง
  • การวางระบบบัญชีที่ดีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้จาก BOI หรือการหักค่าใช้จ่ายสองเท่าได้อย่างเต็มที่
  • ระบบ e-Filing คือ ทางเลือกที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดการเอกสาร
  • การละเลยภาษีไม่เพียงแต่เสียค่าปรับ แต่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของนิติบุคคล ในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินด้วยในเวลาเดียวกัน

การยื่นภาษีนิติบุคคล คืออะไร?

การยื่นภาษีนิติบุคคล คืออะไร

การยื่นภาษีนิติบุคคล คือ การที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ จากการประกอบกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี มีหน้าที่ต้องคำนวณกำไรสุทธิหรือรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อแสดงรายการและจ่ายภาษีต่อกรมสรรพากรภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ ซึ่งปกติจะยื่นปีละ 2 ครั้ง คือ รอบครึ่งปีและรอบสิ้นปีบัญชี โดยหากมีการจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพแล้ว ยังจะทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีจากสถาบันการเงินอีกด้วย


นิติบุคคลประเภทไหนเข้าข่ายบ้าง?

ก่อนจะไปถึงรายละเอียดการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs ต้องทราบก่อนว่าโครงสร้างธุรกิจของคุณ จัดอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยนิติบุคคลที่มีหน้าที่ในการเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร จะประกอบด้วยกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

บริษัทไทยที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ที่มีการแบ่งทุนเป็นหุ้นและจำกัดความรับผิดของผู้ถือหุ้น หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากประชาชน นอกจากนี้ยังรวมถึงห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนด้วยเช่นกัน

  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

นิติบุคคลต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงทางรายได้กับประเทศไทย เช่น กลุ่มที่เข้ามาตั้งสาขาเพื่อทำธุรกิจเฉพาะในไทย ทำธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ หรือทำธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ ที่รับคนหรือสินค้าผ่านไทย ไปจนถึงกลุ่มที่รับรายได้บางประเภทจากไทย เช่น ค่าลิขสิทธิ์หรือดอกเบี้ย เป็นต้น

  • กิจการที่ดำเนินการเป็นทางค้าหรือหากำไรโดยองค์กรต่างประเทศ

กิจการที่ดำเนินการในลักษณะแสวงหากำไรโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลอื่น ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ แต่มีการเข้ามาดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทย

  • กิจการร่วมค้า (Joint Venture)

กลุ่มที่ทำธุรกิจหรือหากำไรร่วมกันเป็นโครงการ ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการร่วมการค้าระหว่างบริษัทกับบริษัท, บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล, ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือแม้แต่การที่นิติบุคคลไปร่วมมือกับบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคล 

  • มูลนิธิหรือสมาคมไม่แสวงหากำไรที่ประกอบกิจการแล้วมีรายได้

มูลนิธิหรือสมาคมที่ตั้งขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์และไม่เน้นผลกำไร แต่มีการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การขายสินค้า การให้บริการ หรือการจัดเก็บค่าลงทะเบียนที่เข้าข่ายมีรายได้พึงประเมิน จะต้องมีการเสียภาษีเงินได้จากฐานรายได้ก่อนหักรายจ่ายตามจริง

  • นิติบุคคลอื่น ๆ ตามประกาศกรมสรรพากร

กลุ่มนิติบุคคลที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติรัฐมนตรี และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพื่อรองรับรูปแบบธุรกิจหรือองค์กรใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และมีความจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้


นิติบุคคลประเภทไหนได้รับการยกเว้นบ้าง?

แม้จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่มีบริษัทบางประเภทที่ได้รับสิทธิยกเว้นการยื่นและเสียภาษีนิติบุคคลตามนโยบายสนับสนุนหรือกฎหมายเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทเหล่านี้

  • นิติบุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษีโดยสถานะ

หน่วยงานที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นกลไกการบริหารประเทศ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาตั้งแต่ต้น เช่น หน่วยงานราชการไทยในระดับกระทรวง ทบวง กรม องค์การของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ สหกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงนิติบุคคลอื่น ๆ ที่มีการตรากฎหมายไทยรองรับสถานะการยกเว้นภาษีไว้อย่างชัดเจน 

  • นิติบุคคลที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายพิเศษ

กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุน หรือตามข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือบริษัทจากประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทย นอกจากนี้ยังรวมถึงบริษัทที่ได้รับยกเว้นตามสัญญาความร่วมมือระหว่างไทยกับต่างประเทศ และบริษัทที่ได้รับสิทธิภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมด้วยเช่นกัน


ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากอะไร?

การเข้าใจฐานภาษี คือ หัวใจสำคัญของการทำระบบหลังบ้าน เพราะนิติบุคคลแต่ละประเภทมีวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกันตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เพราะฉะนั้นการเลือกฐานภาษีที่ถูกต้อง จึงจะช่วยให้การบันทึกบัญชีและการจัดเตรียมงบประมาณเสียภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด

คิดจากกำไรสุทธิ 

ฐานภาษีนี้เป็นเกณฑ์พื้นฐานที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย รวมถึงกิจการร่วมค้าและบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจในไทยส่วนใหญ่ต้องใช้ โดยแบ่งการจัดเก็บเป็นสองรอบต่อปี 

รอบแรก คือ ภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด. 51) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการระบบภาษีล่วงหน้า ด้วยการประมาณการกำไรสุทธิในรอบ 6 เดือนแรกโดยใช้เกณฑ์สิทธิ ซึ่งเจ้าของธุรกิจต้องระวังเรื่องการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 เพราะอาจต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ขาดไป โดยมีสูตรคำนวณ คือ กึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิคูณด้วยอัตราภาษีนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม บริษัทที่จดทะเบียนใหม่และมีรอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นแบบนี้ 

ส่วนรอบที่สอง คือ ภาษีสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด. 50) ซึ่งเป็นการสรุปผลประกอบการจริงจากรายได้หักรายจ่าย ตามเกณฑ์สิทธิในรอบปีบัญชีนั้น ๆ โดยต้องแนบงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบประกอบการยื่นแบบเสมอ และสามารถนำภาษีเงินได้ที่ชำระไว้แล้วใน ภ.ง.ด. 51 หรือภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาหักออกจากภาษี ที่ต้องชำระสิ้นปีได้เพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ

คิดจากยอดรายได้ก่อนหักรายจ่าย

ฐานภาษีนี้ใช้สำหรับนิติบุคคลบางกลุ่มที่มีลักษณะกิจการเฉพาะ เช่น กิจการขนส่งระหว่างประเทศของนิติบุคคลต่างประเทศ และกลุ่มมูลนิธิหรือสมาคมที่มีรายได้ โดยในส่วนของกิจการขนส่งจะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 จากฐานที่ต่างกัน คือ หากเป็นการขนส่งผู้โดยสารจะคิดจากค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในไทย แต่ถ้าเป็นการขนส่งสินค้า จะคิดจากค่าระวางและค่าธรรมเนียม ที่เก็บทั้งในและนอกประเทศ โดยต้องยื่น ภ.ง.ด. 52 ภายใน 150 วัน 

สำหรับมูลนิธิหรือสมาคมจะมีอัตราภาษีนิติบุคคลแยกตามประเภทรายได้ คือ รายได้จากการประกอบธุรกิจทั่วไปเสียร้อยละ 2 ของรายได้ก่อนหักรายจ่าย และรายได้อื่น ๆ เสียร้อยละ 10 โดย ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าลงทะเบียน เงินบริจาค หรือเงินให้เปล่าเท่านั้น และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 55 พร้อมบัญชีรายได้ที่ได้รับการรับรอง

คิดจากเงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศ

ฐานนี้มีไว้สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ ที่ไม่ได้เข้ามาตั้งสำนักงานหรือประกอบกิจการในไทยโดยตรง แต่ได้รับเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย ซึ่งจะใช้วิธีการเสียภาษีแบบหัก ณ ที่จ่าย และถือเป็นภาระภาษีที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยรายได้ที่เข้าข่ายมักเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2)-(6) เช่น ค่าธรรมเนียมจากการทำงาน ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ ที่จะมีอัตราภาษีนิติบุคคลทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 15 ยกเว้นเงินปันผลที่จะถูกหักในอัตราร้อยละ 10 ซึ่งระบบหลังบ้านในฝั่งผู้จ่ายเงินในไทยต้องมีความรัดกุมในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 54 ภายใน 7 วันนับจากสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน 

คิดจากการจำหน่ายกำไรไปออกประเทศ

ฐานภาษีส่วนนี้ใช้สำหรับนิติบุคคล ที่ดำเนินการโอนเงินกำไรที่ได้จากการประกอบธุรกิจในไทยส่งกลับไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินโดยตรง การชำระหนี้ด้วยกำไร หรือการตั้งยอดเป็นเจ้าหนี้กับสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ รวมถึงการขออนุญาตซื้อเงินตราต่างประเทศจากกำไรเพื่อโอนออกไป โดยการยื่นภาษีนิติบุคคลกฎหมายกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่จำหน่าย โดยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 54 ภายใน 7 วันนับจากสิ้นเดือนที่มีการจำหน่ายกำไรนั้น ๆ

ทำความเข้าใจให้ครบถ้วนที่สุดว่าเจ้าของธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?


ภาษีนิติบุคคล ยื่นได้ที่ไหนบ้าง?

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปัจจุบัน ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและสะดวกมากขึ้น เพื่อรองรับการบริหารจัดการของนิติบุคคลทุกรูปแบบ โดยสามารถเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับระบบการทำงานของบริษัทได้ 2 ช่องทางหลักเหล่านี้

ยื่นภาษีสรรพากร 

สำหรับธุรกิจที่สะดวกในการเดินทางหรือต้องการปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยตรง สามารถเลือกยื่นแบบด้วยกระดาษได้ ณ สถานที่ที่กฎหมายกำหนด โดยหากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาตามจุดที่สำนักงานใหญ่ของธุรกิจตั้งอยู่ แต่สำหรับในเขตจังหวัดอื่น ๆ สามารถยื่นได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอในท้องที่นั้น ๆ

ยื่นภาษีออนไลน์

ปัจจุบันสามารถดำเนินการยื่นภาษีนิติบุคคลออนไลน์ได้ ผ่านเว็บไซต์ e-Filing ของกรมสรรพากร เริ่มต้นจากการสมัครสมาชิกด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP ทางอีเมล และดาวน์โหลดเอกสาร ภ.อ. 01 เพื่อส่งยืนยันผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออัปโหลดพร้อมลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งการทำผ่านช่องทางออนไลน์ จะได้รับสิทธิยื่นแบบเพิ่มอีก 8 วันจากกำหนดการปกติ โดยภ.ง.ด. 51 ขยายเป็น 2 เดือน 8 วัน และ ภ.ง.ด. 50 ขยายเป็น 158 วัน 


สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีอะไรบ้าง?

การรู้จักใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและลดภาระรายจ่ายให้กับธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการสนับสนุนหลายด้าน เพื่อให้ SMEs สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี หากเข้าเงื่อนไขนี้ธุรกิจจะได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได 

  • กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษีทันที 
  • กำไรในช่วง 300,001 ถึง 3,000,000 บาท จะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 
  • กำไรเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไปจึงจะเสียร้อยละ 20 

การส่งเสริมการจ้างงาน

การจ้างงานในกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น การจ้างผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีเงินเดือนไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด สามารถนำรายจ่ายค่าจ้างมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ถึง 2 เท่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการที่สามารถหักรายจ่ายเพิ่มได้ตามสัดส่วนที่ระบุไว้ 

สิทธิประโยชน์จาก BOI

ในอุตสาหกรรมที่รัฐต้องการส่งเสริม การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะมอบสิทธิประโยชน์ที่สูงมาก เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนาน 3 ถึง 8 ปี และอาจได้รับการลดหย่อนภาษีเพิ่มอีกร้อยละ 50 เป็นเวลาอีก 5 ปีต่อเนื่องกัน นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านอากรขาเข้าที่ได้รับยกเว้น สำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอีกด้วย

การลงทุนหรือค่าใช้จ่าย

รัฐบาลสนับสนุนให้ธุรกิจอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานผ่านการหักรายจ่ายได้มากกว่าปกติ เช่น การหักค่าเสื่อมราคา การหักรายจ่ายเพื่อการฝึกอบรมพนักงาน 2 เท่า หรือการหักรายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้ 2.5 เท่า นอกจากนี้การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือในเขตพัฒนาพิเศษ ยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีตั้งแต่ 3 ถึง 8 ปีด้วยเช่นกัน


หากไม่จ่ายภาษีนิติบุคคลมีบทลงโทษอย่างไร?

ความผิดพลาดในการยื่นภาษีนิติบุคคลไม่ใช่แค่เรื่องของเอกสาร แต่หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากคุณไม่มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง จะทำให้มีโทษทางกฎหมาย ดังนี้

ภ.ง.ด. 51

การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีถือเป็นการประมาณการล่วงหน้า ซึ่งหากระบบบัญชีและการคำนวณกำไรขาดความรัดกุม อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษได้

  • กรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นล่าช้า : มีโทษปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท และต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ 
  • กรณีประมาณการกำไรสุทธิผิดพลาด : หากประมาณการกำไรขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงในรอบปีนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาดไป
  • การเชื่อมโยงสู่รอบสิ้นปี : แม้จะมีความผิดพลาดในรอบครึ่งปี แต่เมื่อถึงรอบสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50) ธุรกิจยังคงต้องนำงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีมาแสดง และสามารถนำภาษีที่ชำระไว้ใน ภ.ง.ด. 51 มาหักออกจากยอดภาษีที่เหลือได้ตามปกติ

ภ.ง.ด. 50

การยื่นภาษีนิติบุคคลปลายปีเป็นการสรุปผลประกอบการจริง ซึ่งกฎหมายมีความเข้มงวดสูงในเรื่องของระยะเวลาและเอกสารประกอบ โดยการผิดพลาดจะมีโทษ ดังนี้

  • กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนด : หากไม่ชำระภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยคำนวณตั้งแต่วันพ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระจริง ซึ่งเงินเพิ่มนี้จะมีเพดานสูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
  • กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการและบัญชีรายได้ : ถือเป็นความผิดตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีโทษปรับอาญาไม่เกิน 4,000 บาท ซึ่งอาจส่งผลต่อประวัติความน่าเชื่อถือของนิติบุคคล ในการตรวจสอบของกรมสรรพากรในอนาคต

จัดการการยื่นภาษีนิติบุคคล ด้วยระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพกับ GETBiz

การยื่นภาษีนิติบุคคลไม่ใช่แค่หน้าที่ตามกฎหมาย แต่ คือ การตรวจสุขภาพทางการเงินของบริษัท SMEs ที่ต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจำเป็นต้องมีรากฐานระบบ Operation และบัญชีที่โปร่งใสพร้อมตรวจสอบได้ เพื่อให้การวางแผนภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหากต้องการพัฒนาระบบบัญชีให้มีความเป็นมืออาชีพ GETBiz เป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ที่ตอบโจทย์คุณ เพราะเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและวางแผนภาษีธุรกิจ ที่ช่วยคุณตั้งแต่วางโครงสร้างระบบหลังบ้าน จนถึงการดูแลเรื่องภาษีอย่างครบวงจร เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องตัวเลขเลยแม้แต่น้อย

ช่องทางการติดต่อ :

  • Line : @getbiz
  • Facebook : GETBiz Thailand
  • TEL : 02-107-4170

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยื่นภาษีนิติบุคคล

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการยื่นภาษีนิติบุคคล?

การยื่น ภ.ง.ด. 50 ต้องใช้แบบแสดงรายการภาษี, งบการเงินที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี, รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายจากผู้สอบบัญชี, แบบบัญชีผู้ถือหุ้น และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้รับมาตลอดทั้งปี เพื่อใช้หักออกจากภาษีที่ต้องชำระ

จะสมัครใช้งานระบบ e-Filing สำหรับนิติบุคคลได้อย่างไร?

สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th โดยกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ยืนยันตัวตนผ่าน OTP และพิมพ์แบบ ภ.อ. 01 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งปัจจุบันสามารถอัปโหลดเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้เกือบทั้งหมดแล้ว

หากยื่นภาษีล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?

จะเกิดภาระค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ ค่าปรับอาญาจากการยื่นแบบเกินกำหนด และเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องจ่าย ซึ่งเป็นค่าปรับทางแพ่งที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้า ดังนั้น การยื่นให้ตรงเวลาจึงเป็นวิธีบริหารกระแสเงินสดที่ดีที่สุด

Recent Post

Start Consultation With Us

Make a Call

021074170

Contact Us

cs@getbiz.co